บทที่ 17 พี่จิ่งเหิง

ผ้าเช็ดหน้าของเซี่ยจิ่งเหิงถูกส่งไปซักในบ่ายวันนั้น

เจียงหว่านอี๋ไม่ได้ใส่ใจมันอีก

อย่างน้อยนางคิดว่าตนเองไม่ได้ใส่ใจ

จนกระทั่งชิงเถานำผ้าเช็ดหน้าผืนใหม่หลายผืน

มาวางเรียงตรงหน้า ให้นางเลือกว่าจะส่งผืนใด

ไปให้เรือนของเซี่ยจิ่งเหิง

เด็กหญิงจึงเริ่มรู้สึกว่าเรื่องนี้ยุ่งยากเกินไปแล้ว

“เหตุใดต้องให้ข้าเลือก”

“คุณหนูเป็นคนบอกว่าจะให้ผืนใหม่มิใช่หรือเจ้าคะ”

“ข้าบอกว่าจะให้ แต่ไม่ได้บอกว่าจะเลือกเอง”

เจียงหว่านอี๋เท้าคาง มองผ้าหลายผืนตรงหน้า

อย่างไม่สบอารมณ์

ผืนหนึ่งปักไผ่ ผืนหนึ่งปักเมฆ อีกผืนเป็นผ้าสีขาวธรรมดา

สุดท้ายนางชี้ผืนที่ธรรมดาที่สุด

“อันนี้”

ชิงเถาหยิบขึ้นมา ก่อนจะอดถามไม่ได้

“ไม่ปักอะไรสักหน่อยหรือเจ้าคะ”

เจียงหว่านอี๋เงยหน้าทันที

“เหตุใดต้องปัก”

น้ำเสียงนั้นทำให้ชิงเถารีบส่ายหน้า

“ไม่ต้องเจ้าค่ะ”

แน่นอนว่าไม่ต้อง!

นางเพียงชดใช้ของเก่าให้เขาเท่านั้น

หากถึงขั้นนั่งเลือกแบบปักลายให้อีก

มิใช่ว่าจะดูเหมือนนางตั้งใจมอบของให้เขาหรือ

ไม่มีทาง!

เจียงหว่านอี๋กำลังจะให้ชิงเถานำผ้าเก็บ

พลันมีเสียงสาวใช้จากด้านนอกเข้ามารายงาน

“คุณหนูรองมาเจ้าค่ะ”

มือเล็กที่กำลังหยิบขนมชะงักลง

ไม่นานนัก ร่างของเจียงซูเหยาก็ปรากฏตรงประตู

เด็กหญิงวัยสิบปีสวมชุดสีอ่อน ใบหน้าเรียบร้อยน่ามอง กิริยานุ่มนวลอ่อนช้อย เมื่อเข้ามา

ก็คารวะพี่สาวอย่างถูกต้อง

“พี่หญิง”

เจียงหว่านอี๋มองนางสีหน้าบึ้งตึง

ความรู้สึกไม่ชอบใจผุดขึ้นมาอีกแล้ว

ทั้งที่เจียงซูเหยายังไม่ได้ทำอะไร

“มาทำไม”

น้ำเสียงของนางจึงแข็งกว่าปกติเล็กน้อย

เจียงซูเหยาคล้ายไม่ถือสา นางยิ้มบาง 

ก่อนกล่าวว่าได้ขนมจากเรือนของมารดามา

จึงอยากนำมาแบ่งให้พี่สาว

เจียงหว่านอี๋เหลือบมองกล่องขนม

“ข้ามีถมไป”

รอยยิ้มของอีกฝ่ายแข็งไปเพียงนิดเดียว

หากไม่ตั้งใจมองแทบสังเกตไม่เห็น

“เช่นนั้นข้าคงมารบกวนพี่หญิงแล้ว”

นางพูดอย่างว่าง่าย ทว่าสายตากลับเหลือบไปเห็นผ้าเช็ดหน้าที่วางอยู่บนโต๊ะ

“พี่หญิงกำลังเลือกผ้าเช็ดหน้าหรือเจ้าคะ”

เจียงหว่านอี๋ยังไม่ทันตอบ ชิงเถาก็เก็บผ้าทั้งหมด

เข้าด้วยกันเสียก่อน

เจียงซูเหยามองการกระทำนั้น ก่อนจะยิ้มอีกครั้ง

“ข้าได้ยินว่าช่วงนี้พี่หญิงไปหาพี่จิ่งเหิงบ่อย ๆ”

เพียงประโยคเดียว

เจียงหว่านอี๋พลันนิ่งไป พี่จิ่งเหิง....

ไม่รู้เพราะเหตุใด คำเรียกนี้จึงฟังระคายหูอย่างยิ่ง

ภาพบางอย่างวาบผ่านความคิด

หญิงสาวผู้หนึ่งยืนอยู่ท่ามกลางแสงสลัว

เสียงอ่อนหวานดังอยู่ข้างหู

นางมองไม่เห็นใบหน้า จำไม่ได้ว่าที่ใด

มีเพียงคำเรียกเดียวที่ชัดเจน...พี่จิ่งเหิง

ปลายนิ้วของเจียงหว่านอี๋เย็นวาบ

ภาพนั้นหายไปเร็วเสียจนคว้าเอาไว้ไม่ทัน

“พี่หญิง?”

เสียงของเจียงซูเหยาดึงนางกลับมา

เจียงหว่านอี๋กะพริบตา ก่อนมองเด็กหญิงตรงหน้าอีกครั้ง

หัวใจเต้นเร็วขึ้นอย่างไร้สาเหตุ

นางไม่ชอบ ไม่ชอบคำเรียกนี้

และยิ่งไม่ชอบที่มันออกมาจากปากของเจียงซูเหยา

“ใครบอกให้เจ้าเรียกเขาเช่นนั้น”

เจียงซูเหยาหน้าเปลี่ยนสี 

“ข้าเรียกเช่นนี้มาตลอดนี่เจ้าคะ”

มาตลอดหรือ เจียงหว่านอี๋ขมวดคิ้ว

ยิ่งได้ยิน นางยิ่งรู้สึกหงุดหงิด

แต่ไม่อาจบอกได้ว่าหงุดหงิดเพราะอะไร

สุดท้ายจึงหาคำอธิบายที่ง่ายที่สุดให้ตนเอง

“เขาไม่ได้เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของเจ้า”

“แต่พี่จิ่งเหิงอายุมากกว่าข้า…”

“แล้วอย่างไร”

เจียงหว่านอี๋เชิดคางขึ้น ลักยิ้มข้างแก้มปรากฏจาง ๆ

จากการเม้มริมฝีปาก ก่อนยกนิ้วชี้ไปทางน้องสาว

“ต่อไปเรียกเซี่ยจิ่งเหิงก็พอ”

เจียงซูเหยามองนางอย่างไม่เข้าใจ

“เหตุใดเล่าเจ้าคะ”

เหตุใด?

เจียงหว่านอี๋เองก็ไม่รู้

แต่คุณหนูใหญ่แห่งจวนเจียงไม่เคยจำเป็นต้องมีเหตุผลทุกครั้งที่ออกคำสั่ง นางจึงตอบอย่างมั่นใจ

“เพราะข้าไม่ชอบ”

ภายในห้องเงียบไปชั่วขณะ

เจียงซูเหยาก้มหน้าลงอย่างเชื่อฟัง

“ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ”

ทว่านิ้วมือที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อกลับค่อย ๆ

กำเข้าหากันแน่น

เจียงหว่านอี๋ไม่ได้สังเกต

นางยังคงคิดถึงภาพเลือนรางเมื่อครู่

เสียงนั้นเป็นเสียงของใคร

แล้วเหตุใด เพียงได้ยินคำว่า ‘พี่จิ่งเหิง’

จากปากเจียงซูเหยา

นางจึงรู้สึกขยะแขยงเสียเหลือเกิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป